ทุกวันนี้แต่ละแบรนด์รองเท้าสตั๊ดต่างก็แข่งขันกันอย่างหนัก และใช้กลยุทธ์ทางการตลาดหลายต่อหลายทางเพื่อชักจูงลูกค้าให้มาซื้อรองเท้าของตน ซึ่งอาจทำให้ผู้ซื้อหลายๆคน โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่มีความรู้ในด้านรองเท้าสตั๊ดมากเพียงพอ เลือกรองเท้าที่อาจจะไม่ใช่รองเท้าที่เหมาะกับตัวเองที่สุดได้ บทความนี้ผมจะมาแนะนำวิธีการเลือกรองเท้าสตั๊ดที่เหมาะสมกับตัวเราที่สุดครับ

อันดับแรก เรามาลบความเชื่อแบบผิดๆ ที่ใครหลายๆคนยังทำกันอยู่ดีกว่าครับ

  1. ไม่มีรองเท้าคู่ไหนที่จะช่วยให้คุณเล่นได้เก่งขึ้น  อย่างที่ได้กล่าวไปว่าทุกๆเจ้าต่างก็งัดกลเม็ด กลยุทธ์ทางการตลาดร้อยแปดพันเก้ามาเพื่อชักจูงคนซื้ออย่างเราให้หลงเชื่อ ซึ่งบางครั้งสิ่งเหล่านั้นก็เป็นความจริงบ้าง บางครั้งก็เป็นการปรุงแต่งขึ้นมา ดังนั้นเพื่อนๆต้องลบทุกอย่างที่เคยเห็นในโฆษณาให้หมด เช่น รองเท้าซีรีส์ Mercurial เป็นรองเท้าสายสปีด ช่วยให้วิ่งเร็วขึ้น หรือ รองเท้าซีรีส์ ACE เป็นรองเท้าสายคอนโทรล จะทำให้ผู้ใส่สามารถควบคุมลูกฟุตบอลได้แม่นยำดั่งใจ ฯลฯ พูดกันตรงๆว่ารองเท้ามีส่วนช่วยในการเล่นจริงเพียงแค่ประมาณ 10-20% เท่านั้น หากคุณเป็นคนที่ใช้เวลา 20 วินาทีในการวิ่ง 100 เมตร คุณก็ไม่สามารถจะเปลี่ยนเป็นคนที่ใช้เวลาเพียง 10 วินาทีได้โดยการสวมรองเท้าสายสปีด และเช่นกันหากคุณเป็นคนที่จ่ายบอลให้เพื่อนที่ห่างออกไปแค่ 5 เมตรยังไม่ตรง ก็ไม่มีรองเท้าคู่ไหนที่จะไปช่วยบังคับลูกบอลที่คุณส่งไปให้ตรงเพื่อนได้เช่นกัน
  2. ไม่มีรองเท้าคู่ไหน ถูกออกแบบมาเฉพาะสำหรับตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง  หลายๆแบรนด์พยายามปลูกฝังความคิดว่า ผู้เล่นตำแหน่งนี้ต้องใส่รองเท้าคู่นี้ เช่น ปีกต้องใส่ Mercurial กองหน้าต้องใส่ X กองหลังต้องใส่ Tiempo ซึ่งจริงๆแล้ว มันเป็นอะไรที่ไร้สาระมาก และหลายๆคนก็ไปเชื่อคำชักจูงเหล่านี้เสียด้วย คุณจะเล่นตำแหน่งไหนไม่สำคัญ ใส่คู่ที่คุณอยากใส่ได้เลย กองหน้าจะใส่ Tiempo ก็ไม่ผิด กองหลังจะใส่ Messi ก็ไม่เป็นไรเช่นกัน !
  3. อย่าเลือกรองเท้าจากพรีเซ็นเตอร์ที่โปรโมตรองเท้ารุ่นนั้นๆ  การที่คุณอยากเล่นแบบเดียวกับ Cristiano Ronaldo ไม่ได้แปลว่าคุณต้องใส่ Nike Mercurial Superfly หรือการที่เพื่อนๆเรียกคุณว่า New Iniesta ไม่ได้เป็นการบังคับให้คุณใส่ Nike Magista Opus การเลือกพรีเซ็นเตอร์รองเท้า มันก็เกี่ยวโยงกับการโฆษณาจูงใจเราดังข้อ 1 นั่นเอง มันส่งผลในทางจิตวิทยาในแง่ที่เราอาจจะคิดว่า การเล่นฟุตบอลในสไตล์เดียวกับไอดอล จำเป็นจะต้องใส่รองเท้าคู่เดียวกับไอดอลของเรา ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องสักเท่าไร
  4. รองเท้าเบากว่า ไม่ได้แปลว่าดีกว่า  ในยุคปัจจุบันแต่ละแบรนด์ต่างก็แข่งกันลดน้ำหนักรองเท้าลง จนนักฟุตบอลในปัจจุบันเน้นเลือกรองเท้าที่น้ำหนักเบาไว้ก่อน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว น้ำหนักไม่ได้ส่งผลกับการใช้งานมากขนาดนั้น หรืออย่างน้อยๆก็สำหรับผู้เล่นมือสมัครเล่นที่ไม่ได้เล่นเกมละ 90 นาที นอกจากนี้รองเท้าน้ำหนักเบา มักจะต้องแลกด้วยวัสดุที่บางกว่า ทนทานน้อยกว่า ดังนั้นการเลือกรองเท้าที่น้ำหนักเบา ไม่ใช่เรื่องผิด แต่การตัดสินใจตัดรองเท้าคู่ใดคู่หนึ่งทิ้งไปเพียงเพราะหนักกว่าเป็นความคิดที่ผิดครับ

แล้วอย่างนั้น เราจะมีอะไรเป็นแนวทางในการเลือกรองเท้าล่ะ ? การเลือกรองเท้าแต่ละคู่ของผม และวิธีที่ผมแนะนำคนอื่นๆในการเลือกรองเท้าสตั๊ด มีขั้นตอนดังต่อไปนี้ครับ

  1. สิ่งแรกที่สำคัญที่สุด ถามใจตัวคุณเองก่อน  ว่าอยากได้ความรู้สึกแบบไหนจากรองเท้าที่คุณกำลังตามหา สำหรับคนที่เคยใส่รองเท้าสตั๊ดมาอย่างAน้อย 1 คู่แล้วจะพอบอกตัวเองได้ว่าชอบฟีลลิ่งแบบไหนจากคู่เคยสวม กำลังตามหาฟีลลิ่งแบบเดียวกันกับคู่เก่า หรือต้องการฟีลลิ่งที่แตกต่างออกไป ? คุณอาจอยากได้รองเท้าที่ใส่สบาย นุ่มเท้า สัมผัสบอลนุ่มๆ ในขณะที่อีกคนอาจอยากได้รองเท้าที่กระชับเท้า น้ำหนักเบา การตั้งคำถามตัวเองจะช่วยจำกัดตัวเลือกได้เป็นจำนวนมาก และมีประสิทธิภาพเสียด้วย
  2. เลือกรองเท้าที่เข้ากับรูปเท้าของตนเอง   เมื่อได้คำตอบจากข้อ 1 มาแล้ว ทางที่ดีที่สุดเลยคือไปลองทุกคู่ที่อยู่ในตัวเลือกเหล่านั้น แล้วดูว่าคู่ไหนใส่แล้วเข้ากับรูปเท้าของเราที่สุด คำว่าเข้ากับรูปเท้าหมายถึง เราสามารถใส่มันได้ในแบบที่เราต้องการ ในขณะที่ตัวรองเท้าไม่บีบรัดเท้าจนใส่เล่นไม่ไหว หรือไม่เหลือพื้นที่ว่างในรองเท้ามากเกินไปจนเล่นไม่ถนัด ตัวอย่างที่จะเห็นภาพได้ชัดเจนที่สุด คือการเลือกรองเท้าซีรีส์ Mercurial ซึ่งเป็นรองเท้าที่มีทรงเรียวยาว คนเท้าบานหลายๆคนชอบมาก แต่ใส่ตรงไซส์ไม่ได้ ก็เลยเลือกที่จะเพิ่มไซส์ให้ใหญ่ขึ้นจนพอที่จะสวมได้ บางรายอาจต้องเพิ่มไซส์ถึง 1-2 ซม. แต่อย่าลืมว่ารองเท้าไซส์ใหญ่ขึ้นนั้น ขนาดจะเพิ่มขึ้นทั้งด้านกว้างและด้านยาว สุดท้ายแล้วก็จะเหลือพื้นที่ว่างที่ปลายรองเท้าจนเตะไม่ถนัดนั่นเอง ส่วนตัวผมแล้วคิดว่าการใส่รองเท้าให้พื้นที่ตรงปลายไม่เกิน 0.5 ซม. คือวิธีการเลือกไซส์ที่ดีที่สุดครับ
  3. เลือกรองเท้าให้เหมาะสมกับสนามที่นำไปใช้งาน  ข้อนี้จริงๆแล้วก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคลด้วย แต่ในความเป็นจริงแล้วแต่ละแบรนด์จะผลิตชุดพื้นออกมาหลายๆแบบ เพื่อให้ผู้ซื้อเลือกใช้งานตามความเหมาะสม ซึ่งข้อนี้ผมจะขอระบุลงไปให้ละเอียดหน่อย เพราะการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์นั้นจะส่งผลให้อายุการใช้งานของรองเท้าสั้นลงเป็นอย่างมาก
    1. FG (Firm Ground) – ปุ่มแบบมาตรฐานที่มีขายกันทั่วไปมากที่สุด ออกแบบมาสำหรับการใช้งานบนสนามหญ้าจริง ที่มีคุณภาพดีเท่านั้น นั่นหมายถึงดินต้องมีความนุ่มระดับหนึ่ง สนามต้องมีหญ้าปกคลุม และเป็นชุดปุ่มที่มีคนนำไปใช้กันแบบผิดๆมากที่สุด การนำไปใช้งานบนสนามดินแข็ง และหญ้าเทียมคุณภาพต่ำๆ จะส่งผลให้อัพเปอร์ปริ เปิด ปุ่มสึก ร้าว หัก ได้อย่างง่ายดาย (ซึ่งเป็นเพราะเราใช้งานรองเท้าผิดวัตถุประสงค์นั่นเอง แต่หลายๆคนกลับไปโทษว่ารองเท้าไม่ทนเสียอย่างนั้น)
    2. SG (Soft Ground) – ปุ่มเหล็ก มีหลายๆชื่อแล้วแต่แบรนด์ เช่น SG-Pro , Mix-SG ฯลฯ ออกแบบมาสำหรับการใช้งานในสนามหญ้าจริงที่ดินนุ่มมาก ไปจนถึงขั้นเละเป็นโคลน บางคนนำไปใช้งานในสนามหญ้าเทียม ซึ่งนอกจากส่งผลต่ออายุการใช้งานของรองเท้า และสุขภาพร่างกายของผู้ใช้แล้ว ยังส่งผลให้สนามพังอย่างรวดเร็วอีกด้วย
    3. AG (Artificial Grass) – ปุ่มหญ้าเทียม ชี้แจงก่อนว่า ปุ่มแบบ AG ไม่ใช่ปุ่มที่หลายๆคนเรียกว่า ร้อยปุ่ม (Turf) นะครับ ปุ่ม AG เป็นปุ่มสมัยใหม่ ซึ่งออกแบบมาให้ใช้งานบนสนามหญ้าเทียมในยุคปัจจุบัน ที่เป็นหญ้าพลาสติกบนพื้นที่ประกอบด้วยเม็ดยางจำนวนมากเท่านั้น แต่ก็สามารถนำไปใช้งานกับสนามหญ้าเทียมแบบเก่าที่เป็นพรมสั้นๆได้เช่นกัน ปุ่มแบบนี้จะให้ความรู้สึกเหมือนกับการใช้ปุ่ม FG บนสนามหญ้าจริง
    4. HG (Hard Ground) – เป็นปุ่มที่ออกแบบมาสำหรับชาวเอเชียโดยเฉพาะ เนื่องจากสนามหญ้าส่วนใหญ่ในทวีปเอเชีย จะเป็นสนามที่ดินค่อนข้างแข็ง ปุ่ม HG จึงออกแบบมาสำหรับสนามหญ้าจริงที่ดินค่อนข้างแข็ง และ/หรือ สนามหญ้าเทียม พอจะพูดได้ว่าเป็นปุ่มที่อยู่ตรงกลางระหว่าง FG กับ AG นั่นเองครับ
    1. TF (Turf) – ร้อยปุ่ม เป็นปุ่มที่ออกแบบมาสำหรับการใช้งานบนสนามพรมหญ้าเทียมแบบเก่า ซึ่งสนามจะไม่มีความนุ่ม ความลึกใดๆแบบสนามหญ้าเทียมยุคใหม่
    2. Indoor – พื้นเรียบ หรือที่บางคนเรียกว่าพื้นฟุตซอล เป็นพื้นที่ออกแบบมาสำหรับการใช้งานบนสนามที่เป็นผิวเรียบ ไม่ว่าจะเป็นไม้ปาเกต์ พื้นปูน ฯลฯ

สไตล์การเล่นบ่งบอกความเป็นตัวคุณ

รองเท้าสตั๊ดในปัจจุบัน มีด้วยกันหลากหลายรุ่น หลากหลายรูปแบบ โดยในแต่ละรุ่นก็จะมีความแตกต่างกัน ทั้งในเรื่องรูปลักษณ์ สีสัน วัสดุที่ใช้ในการผลิต รวมทั้งเทคโนโลยีต่างๆ และความสามารถหลักๆ โดยแบ่งออกเป็นประเภท ตามคุณสมบัติได้ดังนี้…

SPEED

รองเท้าประเภทนี้จะมีน้ำหนักตัวที่เบา มีเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อเพิ่มความเร็ว ความว่องไวปราดเปรียว เพิ่มความแม่นยำในการเคลื่อนที่ การยึดเกาะกับพื้นสนาม เหมาะกับผู้ที่ต้องการเสริมความเร็วและชอบการเคลื่อนที่
นักเตะที่ใช้ : M.Salah, G.Jesus, Son Heung Min, G.Bale

CONTROL

เป็นรองเท้าที่เน้นการควบคุมเป็นหลัก เพิ่มประสิทธิภาพในบอลแรก เพิ่มความแม่นยำในการจ่าย การเปิดบอล และการยิงประตู โดยมีจุดเด่นคือมีเทคโนโลยีขั้นสูง ที่ช่วยในการเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นักเตะที่ใช้ : Pogba, Özil, Rakitic, Dele Alli, Matic

TOUCH

เป็นรองเท้าฟุตบอลที่มีรูปทรงสวยงาม สไตล์คลาสสิคที่ดูทันสมัย เน้นสัมผัสความนุ่มของหนังแท้ สวมใส่สบายและให้ความกระชับในระดับสูง เหมาะสำหรับผู้ที่มีรสนิยมที่ชื่นชอบความโมเดิร์นแบบคลาสสิค
นักเตะที่ใช้ : Virgil Van Dijk, A.Becker, De Gea, Jordi Alba

ATTACK

เป็นรองเท้าฟุตบอลที่เน้นการโจมตี เหมาะสำหรับกองหน้าหรือเพลย์เมคเกอร์ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความคล่องแคล่ว การชิงความได้เปรียบ ถือว่าเป็นรองเท้าที่มีอาวุธครบเครื่องที่เหมาะกับการเล่นเกมส์รุก
นักเตะที่ใช้ : Messi, R.Firmino, Morata, Costa, B.Silva, T.Minamino

และเมื่อรู้จักชุดพื้นแบบต่างๆแล้ว ก็ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสนามที่นำไปใช้งานนะครับ เพื่อประสิทธิภาพการใช้งานที่ดีสุด เพื่อช่วยลดโอกาสบาดเจ็บ และช่วยให้ใช้งานรองเท้าได้ตลอดอายุขัยของมัน

หากเพื่อนๆทำตามขั้นตอนเหล่านี้แล้ว ยังเหลือตัวเลือกอยู่อีกจำนวนหนึ่ง ทีนี้เพื่อนๆก็สามารถเลือกตามความชอบได้แล้วล่ะครับ ว่าจะชอบหนักหรือเบา หรือความสวยงามอย่างไร เท่านี้เพื่อนๆก็จะได้รองเท้าคู่ใจ ที่นำไปสวมแล้วจะเล่นได้อย่างมั่นใจ ไม่มีปัญหา ไม่ต้องกังวลใดๆครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *