เชื่อว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่เห็นข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้าแต่ทุกสิ่งย่อมมีข้อเสีย วันนี้จะพาไปดูข้อเสียของรถยนต์ไฟฟ้ากันตอนนี้เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าถือว่ากำลังมาแรงอย่างมาก เพราะเป็นรถยนต์ทางเลือกให้กับหลายๆคนที่อยากประหยัดเงินค่าน้ำมันในกระเป๋า ด้วยการเดินทางในเมืองที่มีสถาพรถติด การเลือกรถยนต์ไฟฟ้าก็ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้ประหยัดพลังงาน อีกทั้งสมรรถนะก็ดี มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แต่ความจริงแล้ว รถยนต์ไฟฟ้า หรือ Electric Vehicle (EV) นั้น ก็มีข้อเสียเหมือนกัน เป็นข้อจำกัดที่หลายคนอาจยังไม่รู้ เราลองไปดูกันว่าข้อเสียข้อจำกัดของรถยนต์ไฟฟ้ามีอะไรบ้าง

ข้อเสียของรถยนต์ไฟฟ้า

ข้อเสียของรถยนต์ไฟฟ้า เรื่องราคาที่สูง

รถยนต์ไฟฟ้านั้นจัดอยู่ในประเภทรถยนต์ที่มีราคาสูงถึงสูงมาก เช่น Tesla Model S มีราคาสูงถึง 2.4 ล้านบาท ซึ่งราคานี้ยังไม่รวมภาษีนำเข้าหากนำมาขายในประเทศไทยราคาไม่ต่างจากรถยนต์หรู Mercedes-Benz หรือ BMW เลย หรือแม้แต่ Nissan Leaf ที่เป็นรถค่ายตลาดทั่วไปราคาเริ่มต้นในสหรัฐฯ ก็ยังสูงถึง 1 ล้านบาทเลยทีเดียว ด้วยราคาที่สูงของแบตเตอรี่ (Battery) ที่มีราคาประมาณ 50% ของตัวรถ EV เอง และ EV ก็ยังถือเป็นเทคโนโลยีใหม่อยู่ ยังไม่มีการผลิตเพื่อการค้าในปริมาณที่สูง จึงทำให้ราคายังสูงอยู่

ข้อเสียของรถยนต์ไฟฟ้า สถานีชาร์จไฟฟ้ายังไม่แพร่หลาย

เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้ายังไม่ค่อยมีให้เห็นในไทยมากนัก ไม่มีสถานีในการชาร์จพลังงานไฟฟ้าที่มากอย่างปั๊มน้ำมัน ทำให้การใช้รถในการเดินทางไกลนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะไม่สามารถชาร์ทไฟฟ้าระหว่างทางหรือที่จุดหมายปลายทางได้ สถานีชาร์จสามารถสร้างและใช้งานได้ทันทีก็จริง แต่ก็ต้องใช้งบประมาณในการสร้างที่ไม่เบาเช่นกัน ทำให้สถานีชาร์จไม่มากจะครอบคลุมตามจุดชาร์จต่างๆที่ลูกค้าเดินทางไปในแต่ละที่

EV ใช้เวลาในการชาร์จนาน

ถือว่าเป็นข้อเสียหลักของรถประเภทนี้ เพราะเทคโนโลยีรถยนต์พลังงานไฟฟ้านั้นยังไม่สามารถชาร์จพลังเพื่อให้รวดเร็วต่อการใช้งานได้รวดเร็วเท่าที่ควร แต่ก็ถือว่ายังพอรับได้สำหรับคนที่ไม่เร่งรีบอะไร เพราะการชาร์จแบบเร็วสุดในแต่ละครั้งจะต้องใช้เวลาถึง ครึ่งชั่วโมงเป็นอย่างน้อยเลยทีเดียว

รถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ที่มีประจุไฟมากกว่ารถไฮบริดทั่วไปหลายเท่าตัว ดังนั้นต้องใช้เวลาชาร์จไฟเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เช่นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด BMW X5 xDrive 40e พบว่า หากใช้ปลั๊กชาร์จไฟบ้านขนาด 220 โวลต์ทั่วไป ต้องใช้เวลาชาร์จนานถึง 3 ชั่วโมง 48 นาที จนกว่าแบตเตอรี่จะเต็ม ซึ่งตัวรถจะสามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าได้เป็นระยะทางราว 30 กิโลเมตร ในปัจจุบันนี้มีการเพิ่มอีกทางเลือกให้กับผู้ใช้รถ EV นั่นก็คือการชาร์จแบตเร็ว หรือ Fast Charging ที่ใช้เวลาชาร์จเพียง 4-10 นาที ในอนาคตอาจได้เห็นการชาร์จไร้สาย การสลับแบต การชาร์จขณะขับรถ

ข้อเสียของรถยนต์ไฟฟ้า ระยะทางวิ่งจำกัด

ในอดีต เทคโนโลยีรถยนต์ EV ยังไม่ได้ถูกรับรู้อย่างแพร่หลายเหมือนในปัจจุบัน และสถานีชาร์จที่มีแค่ 1-2 สถานีทั้งประเทศ ทำให้ความกังวลในเรื่องของแบตเตอรี่ที่จะหมดไว และไม่มีที่สำหรับการชาร์จ

แต่จากที่กล่าวไปข้างต้นว่าเทคโนโลยีของแบตเตอรี่นั้นจะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้ราคาลดลง อายุการใช้งานนานขึ้น ความจุมากขึ้น ทำให้รถ EV สามารถวิ่งได้ระยะทางที่ไกลขึ้น และ ณ ตอนนี้หลายบริษัทในประเทศไทยได้ทำการลงทุนเกี่ยวกับสถานีชาร์จ (Charging Station) ในปั้มน้ำมัน ห้างสรรพสินค้า คอนโดมิเนียม ที่ทำงาน หรือแม้กระทั้งในบ้านของผู้ใช้เอง ทำให้เราไม่ต้องกังวลในเรื่องที่แบตจะหมดเร็ว และจะไม่มีที่ชาร์จอีกต่อไป

รถไฟฟ้ามีให้เลือกหลายรุ่นหลายแบบหลายราคาก็จริง แต่ใช่ว่ารถนี้จะเป็นรถที่คนทั่วไปหาซื้อได้ง่าย อย่าง Tesla Model S ที่ใช้ว่าใครๆจะสามารถเป็นเจ้าของได้ ด้วยราคา ขนาดราคาย่อมเยาอย่าง Nissan Leaf ก็ยังมีระยะทางการขับขี่เพียง 250 กิโลเมตร หรือจะเป็นรถ Chevrolet Bolt EV ที่วิ่งระยะทางแค่ราว 320 กิโลเมตร หรือไปกรุงเทพพัทยา ได้แต่ก็แบบฉิวเฉียด

อันตรายจากไฟรั่วของ EV

โดยปกติ ถ้าคนเราถูกไฟที่มี Voltage มากกว่า 60 Volts ดูดนั้น จะมีโอกาศเสียชีวิตได้ ซึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์ เตารีด เครื่องซักผ้า นั้นล้วนแต่ใช้กับใช้บ้าน 220 Volts ทั้งนั้น แต่เนื่องด้วยมาตรฐานที่เข้มงวดที่บังคับผู้ผลิตอยู่นั้น ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆมีความปลอดภัย และทำให้เราสามารถใช้กันได้ โดยองค์กรที่คอยดูแลมาตรฐานเหล่านี้ได้แก่ ISO, IEC, ITU, BIPM, OIML, ILAC, และ IAF เป็นต้น

และเนื่องจากรถไฟฟ้า EV นี้ก็เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าเช่นกัน แต่จะต่างจากเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปที่ใช้ในบ้านคือ EV จะใช้ไฟที่มี Voltage ที่สูงกว่า (200-800 Volts) ดังนั้นรถ EV จึงจะต้องมีมาตรฐานที่เข้มงวดกว่าในการควบคุมด้านความปลอดภัย

โดยสรุปคือ ในส่วนของผู้ใช้รถ EV นั้น ไม่จำเป็นต้องกังวลในเรื่องของไฟรั่วครับ แต่ก็ไม่ควรที่จะไปงัดแงะ หรือเปลี่ยนแปลงชิ้นส่วนในตัวรถ หากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญนะครับ

อันตรายจากการระเบิดของ Battery ใน EV

รถยนต์ EV ในปัจจุบันส่วนมากใช้ Lithium Ion Battery เนื่องด้วย ความจุที่มาก สมรรถนะที่ดี อายุการใช้งานที่นาน แต่ทว่าเจ้าแบตเตอรี่ชนิดนี้สามารถระเบิดได้ง่ายมาก หากไม่มีการควบคุมหรือป้องกันที่ดี

ดังที่กล่าวมาข้างต้นในเรื่องของมาตรฐานของแบตเตอรี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะป้องกันไม่ให้แบตเตอรี่ระเบิด แต่ในปัจจุบันมีการดูแลควบคุมที่เป็นแบบ Real-Time ที่เรียกว่า Battery Management System (BMS) ที่คอยควบคุมการชาร์จและคายพลังงาน รวมไปถึงความปลอดภัยต่างๆของตัวแบตเตอรี่ และเราสามารถป้องกันการระเบิดได้อีกหลายทางได้แก่ การเพิ่มฟิวส์ (Fuse) หรือการป้องกันด้วย Software เป็นต้น ดังนั้นเราจึงสามารถใช้แบตเตอรี่ได้โดยไม่ต้องกลัวระเบิดครับ

อันตรายจากไฟฟ้าและแบตเตอรี่

เนื่องจากรถ EV ไฟฟ้าที่มี Voltage สูงกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เราใช้ แม้จะมีมาตรฐานที่เข้มงวดในการควบคุมมากกว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ แต่ก็สามารถเกิดอุบัติเหตุได้ ส่วนแบตเตอรี่ที่อยู่ในรถส่วนมากจะใช้ Lithium Ion Battery เพราะด้วยความจุมาก สมรรถนะที่ดี การใช้งานที่นาน แต่แบตเตอรี่ชนิดนี้ สามารถระเบิดได้ง่าย หากไม่มีการควบคุมที่ดี นอกจากนี้หากเกิดอุบัติเหตุรถชน แบตเตอรี่อาจเกิดการกระทบกระเทือนทำให้แบตเตอรี่ระเบิดได้

ค่าบำรุงรักษาสูง

แน่นอนว่าเทคโนโลยีใหม่ๆก็ต้องมาพร้อมกับราคาเพราะหากมีการเสื่อมเสียสภาพก็ต้องเข้ารับบริการซ่อมแซมจากศูนย์เท่านั้น แน่นอนว่าราคาจากศูนย์ก็หนักไม่ใช่เล่น ฉะนั้น หากการจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้าก็ต้องคำนึงถึงข้อนี้ด้วย

การจัดการขยะจากแบตเตอรี่

 เนื่องจากแบตเตอรี่ที่ติดตั้งอยู่ในรถยนต์ไฟฟ้าปัจจุบันมีอายุการใช้งานที่จำกัด การเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่เป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย แต่การกำจัดแบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพไปแล้วนั้น ในปัจจุบันยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนในการกำจัดแบตเตอรี่ที่เป็นขยะเหล่านี้ ซึ่งเป็นความท้าทายที่จะต้องมีการดำเนินการต่อไป

ข้อเสียของรถยนต์ไฟฟ้า

ปัจจุบันความกังวลในเรื่องของรถยนต์ไฟฟ้าต่างๆ เหล่านี้ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกำลังพยายามแก้ไขโดยผู้พัฒนาแบตเตอรี่ได้พัฒนาแบตเตอรี่ให้สามารถชาร์จไฟได้เร็วและวิ่งได้ระยะทางไกลมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังได้รับความร่วมมือจากทางภาครัฐและเอกชนในการสร้างสถานีอัดประจุให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศอีกด้วย ถ้าทุกปัญหาได้รับการแก้ไขอย่างถูกจุด ไม่นานนี้เราคงได้เห็น “รถยนต์ไฟฟ้า” เป็นที่นิยมและวิ่งกันเต็มท้องถนนแน่นอน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *